ReadyPlanet.com


พระเอกของผม เรื่องร้อยแปดพันเก้าฟิลิปมายากล ตอนที่ 7.


พระเอกของผม เรื่องร้อยแปดพันเก้าฟิลิปมายากล ตอนที่ 7.

ช่วงที่ยังเป็นครูสอนลีลาศ ฟิลิปเคยเห็นการแสดงของชาวต่างชาติที่เมรีไนท์คลับ นักแสดงจะเดินไปตามโต๊ะผู้ชมโดยถือกระป๋อง แล้วเที่ยวหยิบเหรียญตามตัวแขก จับใส่ลงในกระป๋อง

มันช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน

 

พระเอกของผม
“พี่...พี่...พี่ฟิลิป เขาบอกว่าให้พี่รีบไปกราบขอขมาเขาเดี๋ยวนี้ แล้วจะไม่เอาเรื่อง นั่นไง....เขานั่งรออยู่ตรงโต๊ะประตูทางออก” กัปตันห้องอาหาร รีบวิ่งมาบอกผมด้วยเสียงตะกุกตะกัก
 
ผมได้ไปโชว์ในงานจัดเลี้ยงวันเกิดของผู้ใหญ่ที่ผมนับถือคนหนึ่ง ในราวต้นปี 2538 ขณะที่กำลังแสดงชุด Miser’s Dream หรือเนรมิตเหรียญกลางอากาศใส่กระป๋อง ผมเดินลงจากเวทีเสกเหรียญจากผู้ชมทีละคนๆ เสียงเหรียญกระทบกระป๋องเหล็กในมือ เป๊ง...เป๊ง...เป็ง....
พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นชายร่างสูงสง่า นั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง เอ๊ะ..นั่น พระเอกหนังไทยนี่หน่า คนนี้เราชอบเสียด้วย ได้ดูหนังของเขาตั้งหลายเรื่อง ผมนึกในใจ ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปหา แล้วเสกเหรียญออกจากหัวไหล่ของเขา ทิ้งลงกระป๋อง ผู้ชมปรบมือ เฮกันลั่น
แต่พระเอกคนนั้น นั่งนิ่งเฉย
ผมแสดงกลจนจบ กล่าวขอบคุณและอวยพรเจ้าภาพ โดยไม่ลืมที่จะไหว้ลาพระเอกยอดนิยมคนนั้น เสร็จจากงานนั้นผมต้องรีบบึ่งรถเพื่อไปแสดงที่สวนอาหารอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นงานวันเกิดของผู้ใหญ่อีกท่านหนึ่ง หลังจากโชว์เสร็จ เก็บของกำลังจะเดินออกไปขึ้นรถ ก็เห็นพระเอกของผมเดินสวนเข้ามาในงาน ซึ่งคงจะมาร่วมงานวันเกิดของเจ้าภาพเดียวกัน อะไรจะช่างบังเอิญเช่นนี้ “เจอกันอีกนะพี่” ผมเอ่ยทักทาย
แต่พระเอกคนนั้น มองผมด้วยหางตา แล้วก็ไม่พูดอะไร
อีกหนึ่งปีต่อมา ซึ่งผมลืมเรื่องราวต่างๆ เหล่านั้นไปหมดแล้ว วันหนึ่งขณะที่ผมกำลังจะเดินไปหลังเวทีคาเฟ่แห่งหนึ่ง แถวสะพานแขวน เพื่อจัดของเตรียมแสดง ก็เห็นพระเอกคนเดิมของผมกำลังร้องเพลงอยู่บนเวที ขณะที่กำลังเตรียมของจัดนก จัดไพ่ พนักงานเสริฟก็ยกโถน้ำใส่น้ำแข็ง พร้อมแก้วอีกหลายใบมาวางไว้ให้ดื่ม
พระเอกของผมเสร็จจากการร้องเพลง เดินมาหลังเวที “สวัสดีครับพี่” ผมรีบยกมือไหว้ทักทาย แต่แทนที่แกจะรับไหว้ กลับรีบเดินปรี่ตรงมาหาผม แววตายียวนเหมือนในหนังที่ผมคุ้นตา แกไม่พูดพล่ามทำเพลง คว้าโถน้ำแข็งกระแทกลงบนโต๊ะดังโครม น้ำกระจายใส่ตัวผมกับลิซ่าที่กำลังยืนอ้าปากค้างด้วยความแปลกใจ หน้าแกแดงกล่ำก่อนจะระเบิดเสียงตะคอก
“ กูตามหามึงมานานไอ้ฟิลิป มึงจำวันนั้นได้ไม๊ งานบ้านป๊าที่มึงโบกมือไปมาต่อหน้ากู มึงจะเอากูเป็นสะพานเหรอ มึงรู้ไม๊กูใคร ไอ้พวกตลกกูเตะมาเยอะแล้ว”
ผมและลิซ่ากับทีมงานต่างก็ตกใจกันหมด ผมนึกไม่ออกว่าวันนั้นผมล่วงเกินอะไรแก ผมจึงรีบพูดออกไปว่า “ผมไม่ได้ล่วงเกินอะไรพี่นะ ผมแค่เสกเหรียญให้ดู แต่ถ้าพี่คิดว่าสิ่งที่ผมทำมันไม่ถูกต้อง ผมขอโทษพี่ครับ ในใจจริงๆ ผมไม่ได้มีเจตนาไม่ดีกับพี่เลยครับ”
แกเอียงคอมองผมแบบยียวน เป็นท่าทางที่ผมคุ้นตาจากในหนังอีกครั้ง แล้วแกก็เดินออกไป หลังจากผมโชว์เสร็จก็ได้ยินเสียงเรียกค่อนข้างดัง
“พี่...พี่...พี่ฟิลิป เขาบอกว่าให้พี่รีบไปกราบขอขมาเขาเดี๋ยวนี้ แล้วจะไม่เอาเรื่อง นั่นไง....เขานั่งรออยู่ตรงโต๊ะประตูทางออก” กัปตันห้องอาหาร รีบวิ่งมาบอกผมด้วยเสียงตะกุกตะกัก “เชื่อผมเถิด ขอขมาไปจะได้หมดเรื่องหมดราว เราคนทำมาหากิน” กัปตันยังคงให้คำแนะนำ พร้อมกับชี้มือบอกทาง
ขอขมาเหรอ ผมคิดในใจ อารมณ์โกรธแล่นขึ้นสมอง มากไปมั้ง ผมรีบหันไปสั่งทีมงานให้ขนของขึ้นรถ แล้วให้เตรียมพร้อมไว้ เป็นไงเป็นกัน ถ้าลุยมาก็ลุยไป อีกใจหนึ่งก็กังวล ห่วงงานที่มีคิวยาวเหยียด มันจะคุ้มกันไม๊
ผมเดินผ่านโต๊ะพระเอกคนนั้นโดยไม่ชำเลืองมอง
อีกสองปีต่อมา มีเหตุให้ได้เจอกับพระเอกคนนี้อีกจนได้ คราวนี้เจอกันแบบซึ่งๆ หน้า ขณะที่ผมกำลังตัดสินใจว่าจะไหว้ดีไม๊ แกก็เดินปรี่มาหาผม ผมคิดในใจ เป็นไงเป็นกัน แกเดินเข้ามาแล้วหยุดอยู่ตรงหน้าผม ในระยะมือเอื้อมถึง แล้วพูดว่า
“ มันแล้วไปแล้วนะฟิลิป พี่ขอโทษ พี่ไหว้หละ” แกพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับยกมือไห้ว
ผมยกมือรับไหว้แทบไม่ทัน พูดไม่ออก และจำไม่ได้ว่าวันนั้นผมพูดอะไรหรือเปล่า ผมยอมรับว่า ผมตกใจมาก ตกใจมากกว่าวันที่แกกระแทกโถน้ำเสียอีก
แล้วเขาก็กลับมาเป็นพระเอกในใจผมอีกครั้ง




ผู้ตั้งกระทู้ ฟิลิป :: วันที่ลงประกาศ 2011-11-13 01:32:20 IP : 101.108.16.188


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.