ReadyPlanet.com


ตีนสามประการ เรื่องสั้นร้อยแปดพันเก้าฟิลิปมายากล ตอนที่ 12.


 เรื่องสั้นร้อยแปดพันเก้าฟิลิปมายากล ตอนที่ 12.

ตีนสามประการ

 

ตีนสามประการ
 
ถ้านับว่าเป็นเพื่อนกันแล้ว ในสมัยนั้นพวกเรา 3 คนต้องถือว่าเป็นเพื่อนซี้กัน (ซึ่งเกือบจะซี้ร่วมกันจริงๆ)
ไอ้โต ลูกชายเจ้าของร้านผ้าย่านประตูน้ำ ไอ้เทพ หนุ่มมาดเข้มเจ้าหน้าที่แผนกโทรเลขที่ไปรษณีย์กลาง บางรัก และสาวหน้าหมวย น้องอร ลูกสาวร้านขายเครื่องเขียนแถวพาหุรัด
เราสามคนเมื่อว่างจากภาระการงานแล้ว ช่วงเย็นจะไปรวมตัวกันที่โรงเรียนดาราลีลาศ ของคุณครูมาลี สุขสวัสดิ์ ตั้งอยู่บริเวณราชดำริ หรือเกสรพลาซ่า ราชประสงค์ในปัจจุบัน เพื่อหารายได้พิเศษจากการสอนเต้นรำ
การเป็นครูสอนลีลาศนั้นต้องสอนผู้มาเรียนที่มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง ถ้าผู้เรียนเป็นผู้ชายตัวครูต้องเต้นเป็นผู้หญิง และถ้าเป็นผู้หญิงเราต้องเต้นเป็นผู้ชาย มีหลายครั้งที่ผมเผลอสลับไปสลับมาจนเหยียบเท้าผู้เรียน หลายคนที่มาเรียนต่างงงว่าผมเป็นกระเทยหรือเปล่า
ครูผู้ชายที่นั่นมีหลายคน แต่ครูผู้หญิงมีน้องอรคนเดียวจึงต้องทำหน้าที่หนักกว่าเพื่อน เพราะผู้ชายที่มาเรียนแทบทุกคนจะเลือกครูผู้หญิงโดยเฉพาะครูสาวๆ เว้นแต่น้องอรไม่ว่างนั่นแหละถึงได้มาเลือกครูผู้ชายอย่างผม ครูทุกคนที่นั่นต้องเต้นเป็นทุกจังหวะ ทุกเสต๊ป เพราะครูมาลีเข็มงวดมาก ท่านเน้นคุณภาพเป็นหลัก ครูคนไหนไม่ได้มาตรฐานท่านจะไม่เอา ( แฮ่ แฮ่ กำลังชมตัวเอง) แม้ว่าท่านครูมาลีจะเสียชีวิตไปนานแล้ว แต่พวกเราก็ยังเคารพรักและนึกถึงบุญคุณของท่านอยู่เสมอ
ผู้ที่มาเรียนต้องเริ่มเรียนจากจังหวะง่ายๆ หัดฟังเพลง หัดนับจังหวะให้ออก หัดก้าวขา หัดถ่ายน้ำหนักเท้า และการหมุนตัว จังหวะที่ฮิตๆ ก็จะมีทั้ง บอลรูมและลาติน บีกิน ช่าช่าช่า แทงโก้ ว๊อลซ์ ควิกว๊อลส์ โดยส่วนตัวแล้วผมชอบจังหวะบอลรูม นับว่าเป็นอาชีพที่ไม่เลวเลย ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งสุขภาพ นอกจากนั้นแล้ว วันไหนโชคดีเจอผู้เรียนที่เป็นป๋าฐานะดีๆ แกก็จะชวนครูทุกคนไปเต้นรำนอกสถานที่ ไนต์คลับสมัยนั้นที่ขึ้นชื่อ ก็มี ซุปเปอร์เร๊กซ์ ตรอกสะพานยาว ตรงข้ามไปรษณีย์กลาง กรีนแอ๊ปเปิ้ล สะพานปิ่นเกล้า ถ้าไปทางถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ก็มี ไซซี เมรี แนนซี ต้องนับว่านักเที่ยวในสมัยนั้นแทบทุกคนต้องเต้นรำเป็น
 
วันหนึ่งช่วงหน้าหนาว ราวเดือนพฤศจิกายน ปี 2523 ครูมาลีแจ้งว่าจะให้พวกเราไปสอนนอกสถานที่ โดยให้ไปสอนข้าราชการระดับสูง บางคนเป็นถึงนายอำเภอ หรืออย่างต่ำก็ต้องว่าที่นายอำเภอ เพราะเป็นหลักสูตรพิเศษสำหรับการเข้าสังคม ของโรงเรียนสอนการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ตั้งอยู่แถวคลองหก รังสิต ปทุมธานี
ไอ้โตรับอาสาขอยืมรถตู้เก่าๆ ที่ใช้ส่งผ้าของพ่อ และเป็นสารถีนำคณะทั้งหมดเดินทางไปสอน หลังจากสอนเสร็จ ทั้งหมดก็เดินทางกลับกรุงเทพ ขณะนั้นฝนตกหนักมาก มองทางข้างหน้าแทบไม่เห็น บริเวณถนนรังสิตสมัยนั้น สองข้างทางเป็นป่าทึบ หากวิ่งเข้ากรุงเทพ ซ้ายมือจะเป็นคลอง นานๆ จึงจะเห็นแสงไฟจากบ้านของชาวบ้าน รถที่สวนมาแทบนับคันได้
ไม่รู้ไอ้โตนึกคึกอะไรขึ้นมา หรือว่ามีผีเข้าสิงที่ตีนมันก็ไม่รู้ มันเหยียบคันเร่งแบบจ่ายสด (ไม่มีผ่อน ) จนรถเซไปเซมาตามความลื่นของถนน พวกเรากำลังครึ่งหลับครึ่งตื่นต้องสะดุ้งตามความสะเทือนของรถ แทบทุกคนตะโกนบอกให้มันขับช้าลง แต่มันกลับหันหน้ามามองแล้วยักคิ้ว ทำนองว่า “สบายมาก ไว้ใจกูได้ เรื่องแค่นี้” ครูมาลีที่นั่งหน้าคู่กับไอ้โต สองมือจิกเบาะ ไม่รู้ด้วยความกลัวหรือความโกรธ
เราสามคนนั่งแถวเดียวกัน ไอ้เทพนั่งขวาสุดชิดหน้าต่าง อรนั่งกลาง ผมนั่งซ้ายสุด ทุกคนได้แต่นั่งลุ้น ชีวิตของเราทั้งหมดฝากไว้ใต้อุ้งตีนไอ้โต ซึ่งตอนนี้ถูกผีเข้าสิงทั้งสองตีนเป็นที่เรียบร้อยร้อย ทั้งสี่คนนั่งสั่นเหมือนกำลังเจ้ากำลังประทับทรง สั่นเพราะความหนาวของอากาศหน้าหนาว เพราะความเย็นของฝนที่กำลังกระหน่ำ และหนาวเพราะความกลัว ช่วงนั้นไม่มีใครพูดกับใคร นั่งลุ้นอย่างเดียว
แล้วสิ่งที่คาดไว้ก็สมใจหมาย เมื่อวิ่งมาถึงคลองสอง รถเซไปมาหนักขึ้นก่อนที่ล้อจะเสียหลักแฉลบหลุดออกจากถนนลงไหล่ถนนที่เป็นเนินดินลูกรัง ก่อนทิ้งตัวเอียงซ้ายลงคลองด้วยความเร็ว
กระจกด้านที่ผมนั่งลงกระแทกกับผืนน้ำเสียงดังสนั่น รถทั้งคันเอียงมาทางด้านซ้าย คนทุกคนเสียหลักหลุดลอยจากเบาะโถมมาทางผมตามกฎแรงโน้มถ่วง ภาพทุกอย่างรอบตัวค่อยๆ มืดลง รับรู้ความรู้สึกได้ถึงความเย็นของน้ำที่ทะลักเข้ามาในรถ มันสูงขึ้นๆ อย่างรวดเร็ว ร่างกายทั้งท่อนบนและท่อนล่างรู้สึกถึงแรงถีบของทั้งไอ้เทพ และน้องอร ที่กระหน่ำถีบลงบนตัวผม คนหนึ่งรองเท้าหนังส้นเรียบ อีกคนส้นสูงเหลมแข็ง รวมสองคนสี่ตีน ถ้าถีบตีนละสองครั้ง ก็แปดตีน ถ้าสามครั้งก็สิบสองตีน ตามบทบัญญัติของสูตรคูณแม่สี่ ผมรู้สึกระบมไปทั้งตัว ขยับก็ไม่ได้ คำนวณจากน้ำหนักของสองคนที่ทับบนตัวผมแล้วไม่มีต่ำกว่าร้อยแน่ๆ
น้ำค่อยๆ สูงขึ้น ไล่ระดับจากตัวขึ้นมาคอ ปาก และจมูก และสูงขึ้นอีกเรื่อยๆ ไม่ยอมหยุด จนผมต้องกลั้นหายใจ กลั้นไว้ กลั้นไว้ ในมโนภาพทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง แดงขึ้น แดงขึ้น ในใจนึกถึงคุณยาย นึกถึงเตี่ย นี่เราต้องมาตายตรงนี้หรือนี่ นี่เป็นเรื่องจริงหรือว่ากำลังฝัน อาการของคนกำลังขาดใจเป็นอย่างนี้นี่เอง ถ้าท่านผู้อ่านอยากมีประสบการณ์ร่วมตรงนี้ ให้เอาถุงก๊อปแก๊ปที่ใกล้ตัวครอบหัวตัวเอง (ย้ำต้องหัวตัวเองเท่านั้น) รวบปากถุงให้แน่น รอสักพัก แล้วจะได้ความรู้สึกของผมในวันนั้น
จากนั้นไม่นานผมก็กลั้นหายใจไว้ไม่อยู่ ผมสำลักเต็มที่ วินาทีนั้นเองผมสะบัดทุกอย่างรอบตัว ทะลึ่งตัวเองขึ้นสู่ด้านบนแต่ก็ต้องเจ็บหัว เพราะมันติดเพดานรถ น้ำทะลักเข้าปากเข้าจมูก ในเสี้ยววินาทีใกล้ความตายนั้น ความรู้สึกเหมือนมีตีนใหญ่ๆ ตันๆ มาถีบก้นจนตัวผมหลุดออกทางหน้าต่าง ผมรีบปีนขอบหน้าต่างขึ้นผิวน้ำ ในหูได้ยินเสียงเรียกแว่วๆ “ไอ้หมู ไอ้หมู ทางนี้โว๊ย”
โชคดีที่มีตอไม้ค้ำยันรถไว้ไม่ให้จมลงมากกว่านี้ ทั้งไอ้โต ไอ้เทพ น้องอร และอาจารย์มาลี ยืนตัวเปียกปอนอยู่ริมถนนกำลังกวักมือเรียกผม มีแสงจากไฟฉายของชาวบ้านแถบนั้นส่องไปมา มารู้ทีหลังว่าไอ้โตกับครูมาลีปีนออกทางหน้าต่างสองคนแรกก่อนรถจะจมลง ส่วนไอ้เทพกับน้องอรทั้งสองคนได้อาศัยร่างกายผมเป็นสปริงบอร์ดถีบตัวออกนอกหน้าต่าง ทุกคนปลอดภัยยกเว้นตัวผมที่ต้องเย็บแขนซ้ายเกือบ 20 เข็ม เพราะไปครูดกับตอไม้ตอนรถกระแทก
ชาวบ้านแถบนั้นพากันมามุงดู ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่น่าเชื่อว่าพวกเราจะรอด หลายคนเล่าให้ฟังว่า ถนนตรงคลองรังสิตนี้ เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก กลางคืนมืดมาก อย่าว่าแต่ฝนตกเลย ตอนแดดเปรี้ยงๆ ถนนยังลื่นเลย เพราะผิวถนนโค้งเป็นหลังเต่า ใครขับไม่แข็ง พวงมาลัยจะคอยหักลงข้างทางอยู่เรื่อย
สรุปแล้ววันนั้นวันเดียวผมได้เจอตีนทั้งสามประการ คือ ตีนผีไอ้โต ตีนคนของไอ้เทพและน้องอร และขอบคุณตีนที่อุตส่าห์ช่วยถีบผมขึ้น ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นตีนอะไร นับว่าผมได้สัมผัสประสบการณ์ชนิดที่เรียกได้ว่า “เต็มตีน” จริงๆ


ผู้ตั้งกระทู้ ฟิลิป :: วันที่ลงประกาศ 2011-12-01 20:03:52 IP : 182.53.7.245


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.